Procurement Planning

แผนจัดซื้อจัดจ้าง คืออะไร ธุรกิจควรอ่านอย่างไรเพื่อวางแผนขายล่วงหน้า

แผนจัดซื้อจัดจ้างเป็นเอกสารที่หน่วยงานภาครัฐจัดทำขึ้นเพื่อแสดงโครงการที่จะดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ มีรายละเอียดตั้งแต่ชื่อโครงการ วงเงิน วิธีจัดซื้อ ช่วงเวลาที่คาดว่าจะเปิดประกวด และหน่วยงานที่รับผิดชอบ สำหรับธุรกิจ B2B ที่ต้องการขายให้ภาครัฐ แผนจัดซื้อจัดจ้างเปรียบเสมือนแผนธุรกิจของลูกค้าที่บอกว่าจะซื้ออะไร เมื่อไร และด้วยวิธีใด ทำให้ทีมขายสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าและเข้าไปให้ข้อมูลสเป็กตั้งแต่ช่วงต้นได้

เผยแพร่ 2026-07-28 · e-GP Monitor

ภาพประกอบบทความแผนจัดซื้อจัดจ้าง แสดงตารางโครงการ วงเงิน วิธีจัดซื้อ และช่วงเวลาของหน่วยงานรัฐ
ภาพประกอบแนวคิด: AI ช่วยทีมขายคัดกรองประกาศ e-GP และจัดลำดับโครงการที่ควรติดตาม

แผนจัดซื้อจัดจ้าง คืออะไร

แผนจัดซื้อจัดจ้าง คือเอกสารที่หน่วยงานภาครัฐจัดทำเพื่อวางแผนการจัดซื้อสินค้าและจ้างบริการในปีงบประมาณ โดยระบุโครงการที่จะดำเนินการ วงเงินประมาณการ วิธีจัดซื้อจัดจ้างที่จะใช้ และช่วงเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการ แผนจัดซื้อจัดจ้างบางประเภทเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ ทำให้ธุรกิจสามารถดูได้ว่าหน่วยงานใดจะมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของตนในปีที่จะถึง การอ่านแผนจัดซื้อจัดจ้างจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนขายที่ฉลาดกว่าการรอเห็นประกาศประกวดราคาแล้วค่อยเริ่มติดตาม

ทำไมธุรกิจควรอ่านแผนจัดซื้อจัดจ้าง

การรู้ล่วงหน้าว่าหน่วยงานใดจะซื้อสินค้าประเภทใดและเมื่อใด ช่วยให้ธุรกิจได้เปรียบในหลายด้าน ประการแรก ทีมขายสามารถเตรียมเอกสาร ใบเสนอราคา และคุณสมบัติที่จำเป็นได้ก่อนคู่แข่ง ประการที่สอง ถ้าหน่วยงานยังอยู่ในช่วงกำหนดสเป็ก ธุรกิจสามารถเข้าไปให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อให้สเป็กตรงกับสินค้าที่ตนมี ประการที่สาม การรู้วงเงินล่วงหน้าช่วยให้ประเมินได้ว่าโครงการคุ้มกับต้นทุนการเสนอราคาหรือไม่ และประการที่สี่ แผนจัดซื้อจัดจ้างช่วยให้ทีมขายจัดลำดับโครงการตามโอกาสและความพร้อมของบริษัท

แผนจัดซื้อจัดจ้างแบบไหนที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

แผนจัดซื้อจัดจ้างที่เผยแพร่ต่อสาธารณะส่วนใหญ่เป็นแผนที่ไม่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน แต่มีรายการโครงการ วงเงินประมาณการ วิธีจัดซื้อ และช่วงเวลาคร่าวๆ หน่วยงานรัฐบางประเภทเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปีผ่านเว็บไซต์ของตนหรือผ่านระบบ e-GP ส่วนหน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ธุรกิจที่ติดตามแผนจัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่องจะเห็นภาพรวมของตลาดภาครัฐในแต่ละปี และสามารถวางแผนเชิงรุกได้ดีกว่าการรอประกาศแล้วจึงตอบสนอง

โครงสร้างของแผนจัดซื้อจัดจ้าง

แผนจัดซื้อจัดจ้างโดยทั่วไปมีโครงสร้างที่คล้ายกัน ประกอบด้วยรายการโครงการจัดซื้อที่ระบุชื่อโครงการ รหัสโครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ วงเงินประมาณการ วิธีจัดซื้อจัดจ้าง (เช่น ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ประกวดราคาทั่วไป วิธีเฉพาะเจาะจง คัดเลือกจากแผน) ช่วงเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการ (ไตรมาส 1 2 3 หรือ 4) และสถานะของโครงการ บางแผนมีหมายเหตุระบุว่าโครงการนั้นเป็นการซื้อใหม่หรือต่อเนื่องจากปีก่อน ธุรกิจที่เข้าใจโครงสร้างนี้สามารถอ่านแผนได้เร็วและจัดลำดับโครงการที่น่าสนใจได้แม่นยำ

หน่วยงานที่ต้องจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง

ตามระเบียบพัสดุกลาง หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินต้องจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ โดยคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานเป็นผู้พิจารณาและอนุมัติแผน แผนที่อนุมัติแล้วจะนำไปใช้เป็นกรอบการจัดซื้อตลอดปีงบประมาณ หน่วยงานสามารถแก้ไขเพิ่มเติมแผนได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เมื่อมีงบประมาณเพิ่มเติม มีโครงการฉุกเฉิน หรือมีการปรับเปลี่ยนรายการ ธุรกิจที่ติดตามทั้งแผนต้นและแผนแก้ไขจะเห็นโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นกลางปี

ประเภทโครงการที่อยู่ในแผนจัดซื้อจัดจ้าง

โครงการในแผนจัดซื้อจัดจ้างครอบคลุมหลายประเภท ได้แก่ การซื้อสินค้า (เช่น วัสดุสำนักงาน อุปกรณ์ไอที เครื่องมือแพทย์ วัสดุก่อสร้าง) การจ้างบริการ (เช่น จ้างทำความสะอาด จ้างรถพร้อมคนขับ จ้างบำรุงรักษาระบบ จ้างที่ปรึกษา) การจ้างก่อสร้าง (เช่น ก่อสร้างอาคาร ซ่อมแซมถนน ปรับปรุงระบบ) และการซื้อสินค้าพร้อมติดตั้ง (เช่น กล้องวงจรปิด ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย) ธุรกิจที่เข้าใจประเภทโครงการจะรู้ว่าสินค้าหรือบริการของตนอยู่ในหมวดใดและควรติดตามแผนของหน่วยงานประเภทใด

วิธีค้นหาแผนจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน

การค้นหาแผนจัดซื้อจัดจ้างทำได้หลายช่องทาง ช่องทางแรกคือระบบ e-GP ที่มีส่วนแสดงแผนจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานที่เข้าร่วมระบบ ช่องทางที่สองคือเว็บไซต์ของหน่วยงานเอง โดยเฉพาะหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น กรมทางหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การน้ำประปานครหลวง และกรมชลประทาน ที่มีแผนจัดซื้อจัดจ้างเป็นเอกสารจริงที่ดาวน์โหลดได้ ช่องทางที่สามคือเว็บไซต์กลางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสำหรับหน่วยงานท้องถิ่น การค้นหาควรทำหลายแหล่งเพราะบางหน่วยงานเผยแพร่แผนเฉพาะในเว็บของตน

วิธีอ่านแผนจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดประโยชน์

การอ่านแผนจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่แค่ดาวน์โหลดแล้วเก็บไฟล์ แต่ต้องวิเคราะห์ทำความเข้าใจ ขั้นตอนแรกคือคัดเฉพาะโครงการที่ชื่อเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบริษัท ขั้นตอนที่สองคือดูวงเงินประมาณการว่าอยู่ในช่วงที่บริษัทรับงานได้ ขั้นตอนที่สามคือดูวิธีจัดซื้อว่าเป็นแบบที่บริษัทเข้าร่วมได้ ขั้นตอนที่สี่คือดูช่วงเวลาที่คาดว่าจะเปิดประกวดเพื่อวางแผนเตรียมเอกสาร และขั้นตอนที่ห้าคือบันทึกโครงการที่สนใจไว้ในระบบติดตามของทีมขาย วิธีนี้ทำให้แผนจัดซื้อจัดจ้างกลายเป็น pipeline จริงไม่ใช่แค่เอกสารอ้างอิง

ตัวอย่างประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างที่พบบ่อย

ตัวอย่างรายการที่พบในแผนจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ได้แก่ ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดและระบบบันทึกภาพ งบประมาณการ 1,500,000 บาท วิธี e-bidding ช่วงไตรมาส 2, จ้างเหมาบริการทำความสะอาดและรักษาความสะอาดสำนักงานประจำปี งบ 2,400,000 บาท วิธี e-bidding ช่วงไตรมาส 1, ประกวดราคาซื้อเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์สำหรับโรงพยาบาล งบ 5,800,000 บาท วิธี e-bidding ช่วงไตรมาส 3, จ้างเหมาบริการรถกระบะพร้อมคนขับสำหรับงานพัสดุ งบ 1,200,000 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง ช่วงไตรมาส 1, ปรับปรุงระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สารสนเทศ งบ 3,200,000 บาท วิธี e-bidding ช่วงไตรมาส 2, ประกวดราคาก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งบ 8,500,000 บาท วิธี e-bidding ช่วงไตรมาส 3, จัดซื้อวัสดุสำนักงานประจำปี งบ 680,000 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง ช่วงไตรมาส 1 และจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร งบ 1,800,000 บาท วิธีเฉพาะเจาะจง ช่วงไตรมาส 2

ความแตกต่างระหว่างแผนจัดซื้อจัดจ้างและประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

แผนจัดซื้อจัดจ้างเป็นเอกสารที่จัดทำก่อนเริ่มปีงบประมาณ ระบุโครงการที่ตั้งใจจะดำเนินการ แต่ยังไม่ใช่การเชิญชวนให้เสนอราคา ส่วนประกาศจัดซื้อจัดจ้างเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการที่เปิดให้ผู้ประกอบการเสนอราคาตามเงื่อนไขที่กำหนด แผนเป็นข้อมูลล่วงหน้า ส่วนประกาศเป็นการเริ่มกระบวนการจัดซื้อจริง ธุรกิจที่อ่านแผนจะเห็นโครงการก่อน และเมื่อประกาศออกจริงจะมีความพร้อมมากกว่าคู่แข่งที่เพิ่งเห็นประกาศ

ช่วงเวลาที่หน่วยงานมักเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้าง

หน่วยงานภาครัฐมักจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปีในช่วงไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ (ตุลาคม-ธันวาคม) เพราะปีงบประมาณของไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม แผนที่อนุมัติแล้วมักเผยแพร่ในช่วงปลายปีปฏิทินหรือต้นปีถัดไป นอกจากนี้หน่วยงานบางแห่งเผยแพร่แผนรายไตรมาสที่แสดงความคืบหน้าและโครงการที่จะเปิดประกวดในไตรมาสถัดไป ธุรกิจที่ติดตามแผนตั้งแต่ช่วงต้นปีจะมีเวลาเตรียมตัวมากกว่าและสามารถเข้าไปให้ข้อมูลสเป็กในช่วงก่อนประกาศ TOR

การใช้แผนจัดซื้อจัดจ้างเพื่อวางแผนธุรกิจ

แผนจัดซื้อจัดจ้างช่วยให้ธุรกิจวางแผนได้หลายระดับ ระดับที่หนึ่งคือการวางแผนการขาย ทีมขายรู้ว่าจะมีโครงการอะไร เมื่อใด และต้องเตรียมอะไร ระดับที่สองคือการวางแผนสต็อกและการผลิต ถ้าโครงการมีวงเงินสูงและน่าจะได้งาน บริษัทสามารถเตรียมสต็อกหรือวัสดุล่วงหน้า ระดับที่สามคือการวางแผนการเงิน ถ้ารู้ว่าจะมีโครงการใหญ่ในไตรมาส 3 บริษัทสามารถเตรียมเงินทุนหมุนเวียนหรือติดต่อสถาบันการเงิน และระดับที่สี่คือการวางแผนทีมงาน ถ้าโครงการต้องใช้คนเฉพาะทาง บริษัทสามารถจ้างหรือฝึกอบรมล่วงหน้า

ข้อจำกัดของแผนจัดซื้อจัดจ้าง

แผนจัดซื้อจัดจ้างแม้มีประโยชน์ แต่มีข้อจำกัดที่ธุรกิจควรทราบ ประการแรก วงเงินในแผนเป็นประมาณการ ไม่ใช่วงเงินที่ยืนยันแล้ว อาจเปลี่ยนแปลงได้ ประการที่สอง ช่วงเวลาในแผนเป็นการคาดการณ์ โครงการอาจเลื่อนออกไปหรือยกเลิกได้ ประการที่สาม บางหน่วยงานเผยแพร่แผนที่กระชับมาก ไม่มีรายละเอียดสเป็ก ทำให้ประเมินความเกี่ยวข้องได้ยาก ประการที่สี่ แผนบางประเภทไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะเพราะมีเหตุผลด้านความมั่นคงหรือความลับ ธุรกิจจึงควรใช้แผนเป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่คำยืนยัน และต้องตรวจสอบประกาศจริงเมื่อออก

ตัวอย่างประกาศ e-GP ที่ควรนำมาประเมิน

ตัวอย่างที่ควรให้ทีมขายเปิดดูต่อคือประกาศที่ชื่อโครงการบอกความต้องการชัด เช่น ซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ จ้างปรับปรุงระบบ จ้างเหมาบริการประจำปี หรือจัดซื้อวัสดุสำหรับหน่วยงานเฉพาะทาง แต่ในทางปฏิบัติชื่อประกาศอาจไม่ได้ใช้คำที่ฝ่ายขายคุ้นเคยเสมอไป บางหน่วยงานใช้คำกว้างตามหมวดงบประมาณ บางหน่วยงานใช้คำตามภารกิจของแผนก และบางประกาศใช้ชื่อโครงการที่สั้นมากจนต้องดูบริบทจากหน่วยงาน งบประมาณ และสถานะประกอบ

วิธีอ่านที่ดีคืออย่าตัดสินจากชื่อเพียงบรรทัดเดียว ให้ดูว่าหน่วยงานนั้นมีลักษณะงานเกี่ยวข้องกับสินค้าเราหรือไม่ งบประมาณพอสำหรับการส่งมอบจริงหรือไม่ และสถานะของประกาศอยู่ในช่วงใด ถ้าเป็นช่วงกำหนด TOR ทีมขายควรเก็บข้อมูลและเตรียมสเป็ก ถ้าเป็นช่วงเปิดประกวดราคาแล้วควรรีบตรวจเอกสาร เงื่อนไข คุณสมบัติ และวันยื่นข้อเสนอทันที

ขั้นตอนใช้งานจริงสำหรับทีมขาย

1. เขียนขอบเขตธุรกิจให้ AI เข้าใจ

เริ่มจากระบุสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า งานที่เคยทำ พื้นที่ที่รับงานได้ วงเงินขั้นต่ำ และตัวอย่างงานที่ไม่ต้องการให้ชัดเจน ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะการค้น e-GP ด้วย keyword อย่างเดียวมักให้ผลลัพธ์กว้างเกินไป หรือพลาดงานที่ใช้คำต่างจากที่บริษัทเรียกสินค้าเอง

2. ตรวจรายงานทุกเช้าแบบสั้นแต่สม่ำเสมอ

เมื่อระบบส่งรายงาน ควรให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบเปิดดูทุกเช้า ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อเลือกโครงการที่ควรติดตามต่อ แล้วส่งต่อให้ฝ่ายขายหรือผู้จัดการที่เกี่ยวข้อง การทำแบบนี้ต่อเนื่องดีกว่าการเปิดเว็บ e-GP เองเป็นครั้งคราว เพราะงานภาครัฐมี deadline และหลายโครงการต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้า

3. แบ่ง action ตามสถานะโครงการ

ถ้าเป็น TOR หรือช่วงกำหนดสเป็ก action ที่เหมาะคือศึกษา requirement และเตรียมข้อมูลสินค้า ถ้าเป็นเปิดประกวดราคา action ที่เหมาะคือดูเอกสาร เงื่อนไข ราคา และความพร้อมในการยื่น ถ้าเป็นข้อมูลคู่แข่งหรือผู้ชนะ ควรเก็บเป็น intelligence สำหรับวางแผนรอบถัดไป ไม่ใช่ทุกประกาศต้องขายทันที แต่ทุกประกาศที่เกี่ยวข้องควรถูกใช้เป็นข้อมูลตลาด

Checklist ก่อนตัดสินใจติดตามโครงการ

  • ชื่อโครงการเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรืออุตสาหกรรมของเราจริงหรือไม่
  • หน่วยงานอยู่ในพื้นที่ที่บริษัทส่งมอบหรือติดตั้งได้หรือไม่
  • งบประมาณเหมาะกับต้นทุนและกำไรขั้นต่ำของบริษัทหรือไม่
  • สถานะเป็น TOR, เปิดประกวดราคา, เฉพาะเจาะจง หรือข้อมูลย้อนหลัง
  • เอกสารและคุณสมบัติที่ต้องใช้มีความพร้อมแค่ไหน
  • มีคู่แข่งรายเดิมที่มักเข้าร่วมงานประเภทนี้หรือไม่

ตัวอย่างประกาศจำลองที่พบได้ใน e-GP

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นรูปแบบประกาศที่ธุรกิจมักพบในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ข้อมูลเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การรับรองว่าโครงการนั้นยังเปิดอยู่จริง ทีมขายควรใช้แนวทางนี้ไปอ่านประกาศจริงและตรวจสอบกับระบบ e-GP ทางการอีกครั้งทุกครั้ง

ตัวอย่างชื่อโครงการงบประมาณสิ่งที่ทีมขายควรดู
ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารสำนักงาน1,250,000 บาทดูว่ามีงานกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่าย หรืออุปกรณ์ควบคุมการเข้าออกที่ตรงกับสินค้าในบริษัทหรือไม่
จัดซื้ออุปกรณ์สำหรับห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วย2,800,000 บาทตรวจรายการสินค้าใน TOR เพราะชื่อประกาศอาจไม่ระบุรุ่นเครื่องมือแพทย์โดยตรง แต่มีรายการที่เกี่ยวข้องอยู่ในเอกสาร
จ้างเหมาบริการรถพร้อมพนักงานขับรถสำหรับหน่วยงานราชการ980,000 บาทดูระยะเวลาสัญญา จำนวนรถ เงื่อนไขพนักงานขับรถ และพื้นที่ให้บริการ เพื่อประเมินต้นทุนจริงก่อนเสนอราคา
ปรับปรุงระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สารสนเทศประจำสำนักงาน740,000 บาทแม้ไม่เขียนคำว่า IT supplier โดยตรง แต่บริบทอาจเกี่ยวกับ network, server, switch, firewall หรือบริการติดตั้ง

ตารางเปรียบเทียบการค้นหาเองกับการใช้ระบบมอนิเตอร์

วิธีทำงานข้อดีความเสี่ยง
เปิดเว็บ e-GP เองทุกวันควบคุมการค้นหาเองทั้งหมด เห็นหน้าต้นทางโดยตรงใช้เวลามาก ขึ้นกับวินัยของคนค้น และมักพลาดคำที่ไม่ได้อยู่ใน keyword
ตั้ง keyword แบบตายตัวทำได้ง่าย เหมาะกับสินค้าที่ชื่อชัดเจนเจองานไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพลาดงานที่ใช้คำราชการหรือคำกว้าง
ใช้ AI ช่วยอ่านบริบทลดงานคัดกรอง ช่วยจับประกาศที่ไม่ได้ใช้คำตรงตัว และส่งรายงานให้ทีมขายอ่านเร็วขึ้นยังต้องให้มนุษย์ตรวจ TOR เงื่อนไขราคา และเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวังก่อนนำข้อมูลไปขายจริง

ข้อมูลจากรายงานควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการติดตาม ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ทีมขายต้องตรวจหน้า e-GP ทางการ ตรวจเอกสารประกาศ ตรวจวันเวลายื่นข้อเสนอ และตรวจคุณสมบัติผู้เสนอราคาเสมอ โดยเฉพาะงานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องมีผลงานย้อนหลัง ต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ต้องมีมาตรฐานสินค้า หรือมีเงื่อนไขการรับประกันที่กระทบต้นทุน

อีกเรื่องที่ควรระวังคือการตีความชื่อโครงการเร็วเกินไป บางโครงการดูเหมือนตรงกับธุรกิจ แต่เมื่อเปิด TOR แล้วอาจมีรายการสินค้าที่บริษัทไม่มี หรือมีขอบเขตบริการที่เกินความสามารถ เช่น ต้องติดตั้งหลายจังหวัด ต้องมีทีม onsite ตลอดสัญญา หรือต้องส่งมอบภายในเวลาสั้นมาก รายงานจึงควรช่วยจัดลำดับ แต่การตัดสินใจต้องอยู่บนเอกสารจริง

ขั้นตอนติดตามแบบ 30 นาทีต่อวัน

นาทีที่ 1-5: อ่านสรุปรายงาน

เปิดรายงานเฉพาะโครงการที่ระบบคัดมาแล้ว ดูชื่อโครงการ หน่วยงาน งบประมาณ และสถานะ ถ้าไม่เกี่ยวข้องให้ข้ามทันที ถ้าเกี่ยวข้องให้บันทึกไว้ในรายการติดตาม

นาทีที่ 6-15: เปิดประกาศทางการ

นำรหัสโครงการไปค้นในระบบ e-GP ทางการ ตรวจชื่อประกาศ รายละเอียดเบื้องต้น และเอกสารแนบ ถ้าเป็นงานที่มีโอกาสจริงให้ดาวน์โหลดหรือส่งต่อให้คนรับผิดชอบตรวจเอกสาร

นาทีที่ 16-25: ประเมินโอกาสและความพร้อม

ให้คะแนนง่ายๆ เช่น ตรงธุรกิจหรือไม่ งบคุ้มหรือไม่ เอกสารพร้อมหรือไม่ พื้นที่ส่งมอบได้หรือไม่ และมีคู่แข่งที่น่ากังวลหรือไม่ โครงการที่ได้คะแนนสูงควรถูกติดตามก่อน

นาทีที่ 26-30: กำหนด action ถัดไป

กำหนดเจ้าของงาน วันติดตาม และขั้นตอนถัดไป เช่น โทรสอบถามหน่วยงาน เปิด TOR ให้ฝ่ายเทคนิคดู ขอราคาจาก supplier หรือเตรียมเอกสารเสนอราคา วิธีนี้ทำให้ข้อมูล e-GP กลายเป็น pipeline จริง ไม่ใช่แค่รายการประกาศที่อ่านแล้วผ่านไป

ตัวชี้วัดที่ควรเก็บทุกเดือน

  • จำนวนประกาศที่ระบบคัดว่าเกี่ยวข้อง
  • จำนวนประกาศที่ฝ่ายขายเปิดดูเอกสารต่อ
  • จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงานหรือ supplier ต่อ
  • จำนวนโครงการที่ยื่นเสนอราคาได้จริง
  • มูลค่า pipeline จากงานภาครัฐในแต่ละเดือน
  • คำค้นหรือหมวดงานที่สร้างโอกาสมากที่สุด

วิธีวัดผลว่า SEO และระบบมอนิเตอร์ช่วยธุรกิจจริงหรือไม่

หลังเริ่มใช้งาน ควรวัดผลเป็นรายเดือน เช่น จำนวนประกาศที่ระบบคัดมา จำนวนโครงการที่ฝ่ายขายเปิดดูต่อ จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงาน จำนวนงานที่ยื่นเสนอราคา และจำนวนงานที่กลายเป็น pipeline จริง สำหรับ SEO ควรดูใน Google Search Console ว่าหน้าเกี่ยวกับ Procurement Planning เริ่มมี impression จากคำค้นไทยใดบ้าง แล้วนำคำค้นเหล่านั้นกลับมาเพิ่มบทความหรือปรับหัวข้อในเว็บไซต์ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

แผนจัดซื้อจัดจ้างต่างจากประกาศจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร

แผนจัดซื้อจัดจ้างเป็นเอกสารที่หน่วยงานจัดทำล่วงหน้าเพื่อวางแผนการจัดซื้อในปีงบประมาณ ยังไม่ใช่การเชิญเสนอราคา ส่วนประกาศจัดซื้อจัดจ้างเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการที่เปิดให้ผู้ประกอบการเสนอราคาได้จริง

หาแผนจัดซื้อจัดจ้างได้จากที่ไหน

ค้นได้จากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง เว็บไซต์ของหน่วยงานเอง (เช่น กรมทางหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมชลประทาน) และเว็บไซต์กลางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสำหรับหน่วยงานท้องถิ่น ควรค้นหลายแหล่งเพราะบางหน่วยงานเผยแพร่เฉพาะในเว็บของตน

วงเงินในแผนจัดซื้อจัดจ้างแม่นยำแค่ไหน

วงเงินในแผนเป็นประมาณการที่หน่วยงานคาดไว้ อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการปรับงบประมาณหรือเงื่อนไขอื่น ธุรกิจควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง และตรวจสอบวงเงินจริงจากประกาศจัดซื้อจัดจ้างเมื่อออก

ธุรกิจควรอ่านแผนจัดซื้อจัดจ้างตอนไหน

ควรอ่านตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ (ตุลาคม-มกราคม) เพราะหน่วยงานมักเผยแพร่แผนหลังอนุมัติ การอ่านเร็วทำให้ทีมขายมีเวลาเตรียมเอกสารและเข้าไปให้ข้อมูลสเป็กก่อนประกาศ TOR

ถ้าแผนจัดซื้อจัดจ้างเปลี่ยนกลางปีจะทราบได้อย่างไร

หน่วยงานที่แก้ไขแผนมักเผยแพร่แผนแก้ไขหรือเพิ่มเติมผ่านช่องทางเดิม ธุรกิจที่ติดตามด้วยระบบมอนิเตอร์จะเห็นประกาศใหม่ที่เกิดจากแผนแก้ไข และสามารถปรับแผนขายได้ทัน

ควรใช้บทความนี้แทนการตรวจเอกสาร TOR ได้ไหม

ไม่ได้ บทความและระบบมอนิเตอร์ช่วยคัดกรองเบื้องต้น แต่ทีมขายยังต้องเปิดเอกสารทางการ ตรวจเงื่อนไข คุณสมบัติ ราคา และกำหนดเวลาของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

อยากให้ AI เฝ้า e-GP ให้ธุรกิจคุณทุกวันไหม?

ดูรายละเอียดบริการ e-GP Monitor หรือเปิดหน้าเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอตัวอย่างรายงานและให้ทีมงานช่วยตั้งค่า profile คัดกรองโครงการ

ใช้ e-GP Monitor ติดตามแผนจัดซื้อจัดจ้าง สมัครรับข้อมูล