ทำไมวิธีจัดซื้อจัดจ้างมีผลต่อการขาย
แต่ละวิธีมีขั้นตอน เอกสาร เวลา และการแข่งขันต่างกัน ถ้าทีมขายแยกไม่ออก อาจใช้แรงผิดจังหวะ เช่น ไปเตรียมเสนอราคากับงานที่ยังอยู่ช่วงข้อมูลเบื้องต้น หรือเห็นงานช้าเกินไปจนเอกสารไม่พร้อม
วิธีที่ฝ่ายขายมักพบใน e-GP
ในทางปฏิบัติ ทีมขายมักเจอประกาศที่เกี่ยวกับประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ วิธีเฉพาะเจาะจง สอบราคา หรือประกาศเชิญชวนอื่นๆ รายละเอียดแต่ละงานต้องดูจากประกาศและเอกสารจริง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนตามวงเงิน ประเภทสินค้า และหน่วยงาน
วิธีเฉพาะเจาะจงไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาส
บางคนมองข้ามวิธีเฉพาะเจาะจง แต่สำหรับธุรกิจ B2B ข้อมูลนี้ยังมีประโยชน์ เพราะทำให้เห็นว่าหน่วยงานซื้อสินค้าแบบใด ซื้อกับใคร และมีความต้องการซ้ำหรือไม่ ใช้เป็นข้อมูลตลาดและคู่แข่งได้
ควรใช้ระบบมอนิเตอร์อย่างไร
ให้ระบบช่วยแยกวิธีจัดซื้อจัดจ้างและสถานะโครงการในรายงาน เพื่อให้ทีมขายรู้ว่าควรเปิดดูเอกสารทันที ติดตามหน่วยงานไว้ก่อน หรือเก็บเป็นข้อมูลตลาดสำหรับวางแผนไตรมาสถัดไป
ตัวอย่างประกาศ e-GP ที่ควรนำมาประเมิน
ตัวอย่างที่ควรให้ทีมขายเปิดดูต่อคือประกาศที่ชื่อโครงการบอกความต้องการชัด เช่น ซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ จ้างปรับปรุงระบบ จ้างเหมาบริการประจำปี หรือจัดซื้อวัสดุสำหรับหน่วยงานเฉพาะทาง แต่ในทางปฏิบัติชื่อประกาศอาจไม่ได้ใช้คำที่ฝ่ายขายคุ้นเคยเสมอไป บางหน่วยงานใช้คำกว้างตามหมวดงบประมาณ บางหน่วยงานใช้คำตามภารกิจของแผนก และบางประกาศใช้ชื่อโครงการที่สั้นมากจนต้องดูบริบทจากหน่วยงาน งบประมาณ และสถานะประกอบ
วิธีอ่านที่ดีคืออย่าตัดสินจากชื่อเพียงบรรทัดเดียว ให้ดูว่าหน่วยงานนั้นมีลักษณะงานเกี่ยวข้องกับสินค้าเราหรือไม่ งบประมาณพอสำหรับการส่งมอบจริงหรือไม่ และสถานะของประกาศอยู่ในช่วงใด ถ้าเป็นช่วงกำหนด TOR ทีมขายควรเก็บข้อมูลและเตรียมสเป็ก ถ้าเป็นช่วงเปิดประกวดราคาแล้วควรรีบตรวจเอกสาร เงื่อนไข คุณสมบัติ และวันยื่นข้อเสนอทันที
ขั้นตอนใช้งานจริงสำหรับทีมขาย
1. เขียนขอบเขตธุรกิจให้ AI เข้าใจ
เริ่มจากระบุสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า งานที่เคยทำ พื้นที่ที่รับงานได้ วงเงินขั้นต่ำ และตัวอย่างงานที่ไม่ต้องการให้ชัดเจน ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะการค้น e-GP ด้วย keyword อย่างเดียวมักให้ผลลัพธ์กว้างเกินไป หรือพลาดงานที่ใช้คำต่างจากที่บริษัทเรียกสินค้าเอง
2. ตรวจรายงานทุกเช้าแบบสั้นแต่สม่ำเสมอ
เมื่อระบบส่งรายงาน ควรให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบเปิดดูทุกเช้า ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อเลือกโครงการที่ควรติดตามต่อ แล้วส่งต่อให้ฝ่ายขายหรือผู้จัดการที่เกี่ยวข้อง การทำแบบนี้ต่อเนื่องดีกว่าการเปิดเว็บ e-GP เองเป็นครั้งคราว เพราะงานภาครัฐมี deadline และหลายโครงการต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้า
3. แบ่ง action ตามสถานะโครงการ
ถ้าเป็น TOR หรือช่วงกำหนดสเป็ก action ที่เหมาะคือศึกษา requirement และเตรียมข้อมูลสินค้า ถ้าเป็นเปิดประกวดราคา action ที่เหมาะคือดูเอกสาร เงื่อนไข ราคา และความพร้อมในการยื่น ถ้าเป็นข้อมูลคู่แข่งหรือผู้ชนะ ควรเก็บเป็น intelligence สำหรับวางแผนรอบถัดไป ไม่ใช่ทุกประกาศต้องขายทันที แต่ทุกประกาศที่เกี่ยวข้องควรถูกใช้เป็นข้อมูลตลาด
Checklist ก่อนตัดสินใจติดตามโครงการ
- ชื่อโครงการเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรืออุตสาหกรรมของเราจริงหรือไม่
- หน่วยงานอยู่ในพื้นที่ที่บริษัทส่งมอบหรือติดตั้งได้หรือไม่
- งบประมาณเหมาะกับต้นทุนและกำไรขั้นต่ำของบริษัทหรือไม่
- สถานะเป็น TOR, เปิดประกวดราคา, เฉพาะเจาะจง หรือข้อมูลย้อนหลัง
- เอกสารและคุณสมบัติที่ต้องใช้มีความพร้อมแค่ไหน
- มีคู่แข่งรายเดิมที่มักเข้าร่วมงานประเภทนี้หรือไม่
ตัวอย่างประกาศจำลองที่พบได้ใน e-GP
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นรูปแบบประกาศที่ธุรกิจมักพบในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ข้อมูลเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การรับรองว่าโครงการนั้นยังเปิดอยู่จริง ทีมขายควรใช้แนวทางนี้ไปอ่านประกาศจริงและตรวจสอบกับระบบ e-GP ทางการอีกครั้งทุกครั้ง
| ตัวอย่างชื่อโครงการ | งบประมาณ | สิ่งที่ทีมขายควรดู |
|---|---|---|
| ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารสำนักงาน | 1,250,000 บาท | ดูว่ามีงานกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่าย หรืออุปกรณ์ควบคุมการเข้าออกที่ตรงกับสินค้าในบริษัทหรือไม่ |
| จัดซื้ออุปกรณ์สำหรับห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วย | 2,800,000 บาท | ตรวจรายการสินค้าใน TOR เพราะชื่อประกาศอาจไม่ระบุรุ่นเครื่องมือแพทย์โดยตรง แต่มีรายการที่เกี่ยวข้องอยู่ในเอกสาร |
| จ้างเหมาบริการรถพร้อมพนักงานขับรถสำหรับหน่วยงานราชการ | 980,000 บาท | ดูระยะเวลาสัญญา จำนวนรถ เงื่อนไขพนักงานขับรถ และพื้นที่ให้บริการ เพื่อประเมินต้นทุนจริงก่อนเสนอราคา |
| ปรับปรุงระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สารสนเทศประจำสำนักงาน | 740,000 บาท | แม้ไม่เขียนคำว่า IT supplier โดยตรง แต่บริบทอาจเกี่ยวกับ network, server, switch, firewall หรือบริการติดตั้ง |
ตารางเปรียบเทียบการค้นหาเองกับการใช้ระบบมอนิเตอร์
| วิธีทำงาน | ข้อดี | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| เปิดเว็บ e-GP เองทุกวัน | ควบคุมการค้นหาเองทั้งหมด เห็นหน้าต้นทางโดยตรง | ใช้เวลามาก ขึ้นกับวินัยของคนค้น และมักพลาดคำที่ไม่ได้อยู่ใน keyword |
| ตั้ง keyword แบบตายตัว | ทำได้ง่าย เหมาะกับสินค้าที่ชื่อชัดเจน | เจองานไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพลาดงานที่ใช้คำราชการหรือคำกว้าง |
| ใช้ AI ช่วยอ่านบริบท | ลดงานคัดกรอง ช่วยจับประกาศที่ไม่ได้ใช้คำตรงตัว และส่งรายงานให้ทีมขายอ่านเร็วขึ้น | ยังต้องให้มนุษย์ตรวจ TOR เงื่อนไขราคา และเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ |
ข้อควรระวังก่อนนำข้อมูลไปขายจริง
ข้อมูลจากรายงานควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการติดตาม ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ทีมขายต้องตรวจหน้า e-GP ทางการ ตรวจเอกสารประกาศ ตรวจวันเวลายื่นข้อเสนอ และตรวจคุณสมบัติผู้เสนอราคาเสมอ โดยเฉพาะงานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องมีผลงานย้อนหลัง ต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ต้องมีมาตรฐานสินค้า หรือมีเงื่อนไขการรับประกันที่กระทบต้นทุน
อีกเรื่องที่ควรระวังคือการตีความชื่อโครงการเร็วเกินไป บางโครงการดูเหมือนตรงกับธุรกิจ แต่เมื่อเปิด TOR แล้วอาจมีรายการสินค้าที่บริษัทไม่มี หรือมีขอบเขตบริการที่เกินความสามารถ เช่น ต้องติดตั้งหลายจังหวัด ต้องมีทีม onsite ตลอดสัญญา หรือต้องส่งมอบภายในเวลาสั้นมาก รายงานจึงควรช่วยจัดลำดับ แต่การตัดสินใจต้องอยู่บนเอกสารจริง
ขั้นตอนติดตามแบบ 30 นาทีต่อวัน
นาทีที่ 1-5: อ่านสรุปรายงาน
เปิดรายงานเฉพาะโครงการที่ระบบคัดมาแล้ว ดูชื่อโครงการ หน่วยงาน งบประมาณ และสถานะ ถ้าไม่เกี่ยวข้องให้ข้ามทันที ถ้าเกี่ยวข้องให้บันทึกไว้ในรายการติดตาม
นาทีที่ 6-15: เปิดประกาศทางการ
นำรหัสโครงการไปค้นในระบบ e-GP ทางการ ตรวจชื่อประกาศ รายละเอียดเบื้องต้น และเอกสารแนบ ถ้าเป็นงานที่มีโอกาสจริงให้ดาวน์โหลดหรือส่งต่อให้คนรับผิดชอบตรวจเอกสาร
นาทีที่ 16-25: ประเมินโอกาสและความพร้อม
ให้คะแนนง่ายๆ เช่น ตรงธุรกิจหรือไม่ งบคุ้มหรือไม่ เอกสารพร้อมหรือไม่ พื้นที่ส่งมอบได้หรือไม่ และมีคู่แข่งที่น่ากังวลหรือไม่ โครงการที่ได้คะแนนสูงควรถูกติดตามก่อน
นาทีที่ 26-30: กำหนด action ถัดไป
กำหนดเจ้าของงาน วันติดตาม และขั้นตอนถัดไป เช่น โทรสอบถามหน่วยงาน เปิด TOR ให้ฝ่ายเทคนิคดู ขอราคาจาก supplier หรือเตรียมเอกสารเสนอราคา วิธีนี้ทำให้ข้อมูล e-GP กลายเป็น pipeline จริง ไม่ใช่แค่รายการประกาศที่อ่านแล้วผ่านไป
ตัวชี้วัดที่ควรเก็บทุกเดือน
- จำนวนประกาศที่ระบบคัดว่าเกี่ยวข้อง
- จำนวนประกาศที่ฝ่ายขายเปิดดูเอกสารต่อ
- จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงานหรือ supplier ต่อ
- จำนวนโครงการที่ยื่นเสนอราคาได้จริง
- มูลค่า pipeline จากงานภาครัฐในแต่ละเดือน
- คำค้นหรือหมวดงานที่สร้างโอกาสมากที่สุด
วิธีวัดผลว่า SEO และระบบมอนิเตอร์ช่วยธุรกิจจริงหรือไม่
หลังเริ่มใช้งาน ควรวัดผลเป็นรายเดือน เช่น จำนวนประกาศที่ระบบคัดมา จำนวนโครงการที่ฝ่ายขายเปิดดูต่อ จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงาน จำนวนงานที่ยื่นเสนอราคา และจำนวนงานที่กลายเป็น pipeline จริง สำหรับ SEO ควรดูใน Google Search Console ว่าหน้าเกี่ยวกับ Procurement Basics เริ่มมี impression จากคำค้นไทยใดบ้าง แล้วนำคำค้นเหล่านั้นกลับมาเพิ่มบทความหรือปรับหัวข้อในเว็บไซต์ต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
ควรสนใจเฉพาะ e-bidding ไหม
ไม่ควร เพราะวิธีอื่นช่วยให้เห็นพฤติกรรมจัดซื้อของหน่วยงานและแนวโน้มตลาดได้เช่นกัน
ระบบช่วยแยกวิธีจัดซื้อได้ไหม
ระบบสามารถแสดงข้อมูลวิธีและสถานะจากประกาศเพื่อช่วยให้ทีมขายจัดลำดับการติดตามได้ดีขึ้น
ควรใช้บทความนี้แทนการตรวจเอกสาร TOR ได้ไหม
ไม่ได้ บทความและระบบมอนิเตอร์ช่วยคัดกรองเบื้องต้น แต่ทีมขายยังต้องเปิดเอกสารทางการ ตรวจเงื่อนไข คุณสมบัติ ราคา และกำหนดเวลาของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ
ถ้าค้น keyword เองอยู่แล้ว ยังต้องใช้ระบบมอนิเตอร์ไหม
ถ้าทีมขายค้นเองได้ครบทุกวันและไม่พลาดโครงการสำคัญ อาจไม่จำเป็น แต่หลายบริษัทเสียเวลามากกับประกาศที่ไม่เกี่ยวข้อง ระบบมอนิเตอร์ช่วยลดเวลาคัดกรองและทำให้การตรวจประกาศเป็น routine
ควรตั้งค่า keyword กี่คำถึงจะพอดี
ควรเริ่มจาก keyword หลัก 5-10 คำ แล้วเสริมคำกว้าง คำเฉพาะ และคำอธิบายธุรกิจ ไม่ควรใส่คำเยอะโดยไม่มีบริบท เพราะจะทำให้เจอโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องมากขึ้น
อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง
- ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding คืออะไร ทีมขายต้องเตรียมตัวอย่างไร
- TOR ในระบบ e-GP คืออะไร ทำไมฝ่ายขายควรเห็นก่อนเปิดประกวดราคา
- e-GP คืออะไร ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำคัญกับธุรกิจอย่างไร
อยากให้ AI เฝ้า e-GP ให้ธุรกิจคุณทุกวันไหม?
ดูรายละเอียดบริการ e-GP Monitor หรือเปิดหน้าเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอตัวอย่างรายงานและให้ทีมงานช่วยตั้งค่า profile คัดกรองโครงการ