Healthcare Procurement

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล หาโอกาสขายให้ภาคสุขภาพจาก e-GP อย่างไร

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล เป็นหมวดงานที่มีประกาศจำนวนมากในระบบ e-GP เพราะประเทศไทยมีโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกว่า 1,300 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และเทศบาล ครอบคลุมตั้งแต่ซื้อเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ วัสดุการแพทย์ ยา อาหารผู้ป่วย เตียงผู้ป่วย เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ ไปจนถึงงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล ซ่อมแซมอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกล้องวงจรปิด และระบบเครือข่ายไอที ธุรกิจที่เข้าใจระบบจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลสามารถหา lead คุณภาพได้ต่อเนื่องตลอดปี

เผยแพร่ 2026-08-18 · e-GP Monitor

ภาพประกอบบทความจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล แสดงอาคารโรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ และประกาศ e-GP สำหรับโรงพยาบาลรัฐ
ภาพประกอบแนวคิด: AI ช่วยทีมขายคัดกรองประกาศ e-GP และจัดลำดับโครงการที่ควรติดตาม

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล คืออะไร

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล คือกระบวนการที่โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลเทศบาล และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจัดซื้อสินค้าและจ้างบริการผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ประกาศเหล่านี้ครอบคลุมหลายประเภท ตั้งแต่ซื้อเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ วัสดุการแพทย์ ยา อาหารผู้ป่วย เตียงผู้ป่วย เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ เครื่องช่วยชีวิต อุปกรณ์ห้องฉุกเฉิน อุปกรณ์ห้องผ่าตัด อุปกรณ์รังสีวิทยา อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ ซื้อวัสดุสำนักงานและวัสดุใช้สอย จ้างเหมาบริการ เช่น ทำความสะอาด รักษาความปลอดภัย รถพยาบาล ซ่อมแซมอาคารโรงพยาบาล ก่อสร้างอาคารใหม่ ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่ายไอที และระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ละโรงพยาบาลมีงบประมาณจากเงินอุดหนุนรายหัว งบกลาง งบเฉพาะกิจ และงบจากกองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้มีการจัดซื้อตลอดปี

หน่วยงานที่ออกประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล

หน่วยงานที่ออกประกาศในกลุ่มสุขภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลระดับภูมิภาค โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์ ศิริราช รามาธิบดี ธรรมศาสตร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลานครินทร์ โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย โรงพยาบาลเทศบาล และสถานพยาบาลขององค์การมหาชน แต่ละหน่วยงานมีรอบงบประมาณและระเบียบจัดซื้อที่ต่างกัน การรู้ว่าหน่วยงานประเภทใดมีงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเราจะช่วยให้ตั้งค่าการมอนิเตอร์ได้ถูกต้อง

ประเภทสินค้าและบริการที่โรงพยาบาลจัดซื้อ

สินค้าและบริการที่โรงพยาบาลจัดซื้อบ่อย ได้แก่ เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ เครื่องช่วยชีวิต เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องเอกซ์เรย์ เครื่อง CT Scan เครื่อง MRI เครื่องผ่าตัด เครื่องดมยา เตียงผู้ป่วย เตียงฉุกเฉิน เปลญาติ รถเข็ญผู้ป่วย เวชภัณฑ์ เช่น สำลี ผ้าพันแผล ถุงมือ หมวกหน้า ชุดแพทย์ อาหารผู้ป่วย อาหารเสริม ยาสำเร็จรูป ยาฉีด น้ำเกลือ วัสดุการแพทย์ อุปกรณ์ห้องฉุกเฉิน อุปกรณ์ห้องผ่าตัด อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบออกซิเจน ระบบสูญญากาศ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่ายไอที ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์โรงพยาบาล รถพยาบาล รถฉุกเฉิน บริการทำความสะอาด บริการรักษาความปลอดภัย บริการซ่อมบำรุง และงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล

งบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล มาจากไหน

งบประมาณสำหรับจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลมาจากหลายแหล่ง แหล่งหลักคืองบอุดหนุนจากกระทรวงสาธารณสุขที่จัดสรรให้แต่ละโรงพยาบาลตามขนาดและจำนวนผู้ป่วย โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยมากจึงมีงบจัดซื้อสูงกว่าโรงพยาบาลชุมชน นอกจากนี้ยังมีงบจากกองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) งบเฉพาะกิจ เช่น งบซ่อมแซมอาคาร งบพัฒนาครุภัณฑ์ งบโครงการพิเศษ เช่น โครงการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล งบจากเงินรายได้โรงพยาบาล (โรงพยาบาลที่มีรายได้จากการให้บริการ) และงบจากโครงการร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ การไฟฟ้า การประปา หรือเทศบาล การเข้าใจที่มาของงบช่วยให้ทีมขายประเมินได้ว่าโครงการใดมีความแน่นอนระดับใด

วิธีจัดซื้อที่ใช้ในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใช้หลายวิธีจัดซื้อจัดจ้างตามวงเงิน สำหรับวงเงินไม่สูงมาก เช่น ซื้อวัสดุสำนักงานหรืออุปกรณ์เล็ก อาจใช้วิธีเฉพาะเจาะจงหรือวิธีสอบราคา สำหรับวงเงินที่สูงขึ้น เช่น ซื้อเครื่องมือแพทย์จำนวนมากหรือซ่อมแซมอาคาร มักใช้ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) สำหรับงานก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลใหม่หรือขนาดใหญ่ จะใช้ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีพิเศษ นอกจากนี้บางโรงพยาบาลซื้อผ่านคลังสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Catalog) สำหรับวัสดุที่มีรายการมาตรฐาน เช่น ยาสำเร็จรูปและวัสดุการแพทย้ที่อยู่ในบัญชีรายการยาหลักแห่งชาติ ทีมขายต้องเข้าใจว่าวิธีใดต้องเตรียมเอกสารแบบไหนและมีกี่วันในการยื่นข้อเสนอ

TOR จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล อ่านอย่างไร

TOR หรือข้อกำหนดสำหรับจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลมักระบุรายละเอียด เช่น ประเภทและจำนวนเครื่องมือแพทย์ รุ่น ขนาด สเป็กเทคนิค มาตรฐาน การรับประกัน การติดตั้ง การฝึกอบรมบุคลากร และการบริการหลังการขาย สำหรับงานซ่อมแซมอาคารโรงพยาบาล TOR จะระบุขอบเขตงาน แบบก่อสร้าง รายการวัสดุ ระยะเวลา และคุณสมบัติผู้รับเหมา สำหรับยาและวัสดุการแพทย์ TOR จะระบุรายการยา ปริมาณ คุณภาพ มาตรฐาน GMP หรือ HACCP การส่งมอบ และใบรับรองมาตรฐาน สำหรับระบบไอที TOR จะระบุคุณสมบัติฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบเวชระเบียน และการสนับสนุนหลังการติดตั้ง การอ่าน TOR ละเอียดตั้งแต่ช่วงแรกจะช่วยให้ทีมขายประเมินได้ว่าสินค้าหรือบริการที่มีตรงกับข้อกำหนดหรือไม่ และควรเสนอราคาหรือขอแก้ไขเงื่อนไขก่อนประกาศเปิดประมูล

ตัวอย่างประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล ใน e-GP

ตัวอย่างชื่อโครงการที่พบได้จริงในระบบ e-GP ได้แก่ ประกวดราคาซื้อเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพสำหรับหอผู้ป่วยวิกฤต งบประมาณ 1,850,000 บาท ประกวดราคาซื้อเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า 50 เตียง งบ 2,400,000 บาท ประกวดราคาซื้อเครื่องอัลตราซาวด์ 4 มิติ งบ 8,500,000 บาท ประกวดราคาซื้อรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ งบ 3,200,000 บาท ประกวดราคาซื้อยาและวัสดุการแพทย์ประจำปีงบประมาณ งบ 15,000,000 บาท ประกวดราคาซ่อมแซมอาคารผู้ป่วยนอก งบ 4,500,000 บาท ประกวดราคาติดตั้งระบบปรับอากาศอาคารโรงพยาบาล งบ 6,800,000 บาท ประกวดราคาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาล งบ 2,100,000 บาท จ้างเหมาบริการทำความสะอาดโรงพยาบาลประจำปี งบ 7,200,000 บาท ประกวดราคาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ งบ 85,000,000 บาท ประกวดราคาซื้อเครื่องช่วยชีวิตสำหรับห้องฉุกเฉิน งบ 3,600,000 บาท ประกวดราคาติดตั้งระบบเครือข่ายไอทีและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ งบ 12,500,000 บาท และประกวดราคาซื้ออาหารผู้ป่วยประจำปี งบ 5,400,000 บาท

คำค้นที่ควรติดตามใน e-GP Monitor

การค้นหาด้วยคำว่า จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรตั้ง keyword หลายชุด ชุดแรกเป็นคำเฉพาะ เช่น เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ เตียงผู้ป่วย เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ เครื่องช่วยชีวิต อุปกรณ์ห้องฉุกเฉิน รถพยาบาล ยา อาหารผู้ป่วย ชุดที่สองเป็นคำกว้าง เช่น กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สปสช กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต ครุภัณฑ์สำนักงาน ชุดที่สามเป็นคำเกี่ยวเนื่อง เช่น ซ่อมแซมอาคารโรงพยาบาล ระบบปรับอากาศโรงพยาบาล ระบบไฟฟ้าโรงพยาบาล ระบบบำบัดน้ำเสีย กล้องวงจรปิดโรงพยาบาล ระบบเครือข่ายโรงพยาบาล เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ และบริการทำความสะอาดโรงพยาบาล การตั้ง keyword หลายชั้นจะช่วยให้ไม่พลาดประกาศที่ใช้คำเรียกต่างจากที่บริษัทคุ้นเคย

ขั้นตอนติดตามจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล สำหรับทีมขาย

ขั้นตอนมีดังนี้ 1 กำหนด keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบริษัทที่ขายให้โรงพยาบาล 2 ตั้งค่ากรองงบประมาณขั้นต่ำให้ตรงกับความสามารถในการส่งมอบ 3 กำหนดพื้นที่ที่สนใจ เช่น จังหวัดหรือเขตสุขภาพ 4 ให้ระบบมอนิเตอร์ส่งรายงานทุกเช้า 5 ตรวจรายงานและคัดโครงการที่เกี่ยวข้อง 6 เปิดประกาศทางการในระบบ e-GP และดาวน์โหลด TOR 7 ประเมินว่าสินค้าหรือบริการตรงข้อกำหนด 8 เตรียมเอกสารและเสนอราคา 9 ติดตามผลและเก็บข้อมูลสำหรับรอบถัดไป 10 หากได้รับการคัดเลือกให้เตรียมเข้าสัญญาและส่งมอบตามกำหนด

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับงานโรงพยาบาล

เอกสารสำหรับจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาล ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย แคตตาล็อกสินค้า ใบรับรองมาตรฐาน เช่น อย. มอก. ISO GMP HACCP หนังสือรับประกันสินค้า รายการเปรียบเทียบสเป็ก ใบเสนอราคา และหลักประกันการเสนอราคา สำหรับงานซ่อมแซมอาคารโรงพยาบาลอาจต้องเพิ่มใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ผลงานย้อนหลัง แผนการก่อสร้าง และแผนความปลอดภัย สำหรับยาและวัสดุการแพทย์อาจต้องมีใบรับรอง GMP หรือ HACCP ใบอนุญาตนำเข้ายา และใบสำคัญการขึ้นทะเบียนยา สำหรับระบบไอทีอาจต้องมีใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล การเตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพราะโรงพยาบาลมีกำหนดยื่นข้อเสนอจำกัดและบางครั้งเวลาในการเตรียมเอกสารสั้น

ความแตกต่างจากจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานอื่น

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล มีความแตกต่างจากหน่วยงานรัฐทั่วไปหลายประการ ประการแรก โรงพยาบาลมีรอบการจัดซื้อตามปีงบประมาณและตามรอบการจัดซื้อยาที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข ประการที่สอง โรงพยาบาลมีงบจัดซื้อสูงกว่าหน่วยงานส่วนใหญ่เพราะต้องสั่งซื้อยา วัสดุการแพทย์ และอุปกรณ์ตลอดปี ประการที่สาม บางโครงการ เช่น ยาและวัสดุการแพทย์ มีเงื่อนไขเฉพาะด้านความปลอดภัย มาตรฐาน อย. และการขึ้นทะเบียนยา ประการที่สี่ โรงพยาบาลมักซื้อซ้ำปีต่อปี ทำให้ข้อมูลย้อนหลังมีประโยชน์สำหรับการวางแผนการขาย ประการที่ห้า โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลศูนย์ มีวงเงินจัดซื้อสูงและใช้วิธีจัดซื้อที่เป็นทางการมากกว่าโรงพยาบาลชุมชน

ช่วงเวลาที่ควรติดตามประกาศโรงพยาบาล

ช่วงเวลาที่มีประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล มากที่สุดคือช่วงต้นปีงบประมาณ (ตุลาคม-ธันวาคม) เพราะโรงพยาบาลเริ่มจัดซื้อยาและวัสดุการแพทย์ประจำปี และช่วงปลายปีงบประมาณ (มกราคม-กันยายน) เพราะต้องใช้งบให้ทันสิ้นปีงบ นอกจากนี้ช่วงเปิดปีการศึกษาของโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย (พฤษภาคม-มิถุนายน) ก็มีประกาศเพิ่มเติม ทีมขายควรเร่งติดตามในช่วงเหล่านี้เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ควรละเลยช่วงอื่นเพราะบางโครงการ เช่น ซ่อมแซมอาคารและติดตั้งระบบ อาจประกาศนอกช่วงหลัก

ข้อควรระวังในการติดตามจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล

ข้อควรระวังมีดังนี้ ประการแรก อย่าเพิ่งเสนอราคาโดยไม่อ่าน TOR ให้ครบ เพราะบางโครงการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติที่เข้มงวด เช่น ต้องมีใบรับรองมาตรฐานเฉพาะ ประการที่สอง ตรวจสอบวันและเวลายื่นข้อเสนอให้แม่นยำ เพราะบางประกาศกำหนดยื่นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และปิดรับที่เวลาที่แน่นอน ประการที่สาม ตรวจสอบหลักประกันการเสนอราคาว่าต้องวางเงินหรือให้หนังสือค้ำประกันจากธนาคารในรูปแบบใด ประการที่สี่ อย่าส่งเอกสารไม่ครบ เพราะคณะกรรมการจะไม่พิจารณาข้อเสนอที่ไม่สมบูรณ์ ประการที่ห้า ระวังการตั้งราคาต่ำเกินไปจนไม่สามารถส่งมอบได้จริง เพราะโรงพยาบาลมีการตรวจรับที่เข้มงวด

การใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อวางแผนการขาย

การเก็บข้อมูลประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล ย้อนหลังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ทีมขายเห็นรอบการจัดซื้อของแต่ละโรงพยาบาล โครงการที่ซื้อซ้ำปีต่อปี งบประมาณเฉลี่ย และช่วงเวลาที่ประกาศออก ข้อมูลย้อนหลังยังช่วยให้ทีมขายประเมินคู่แข่ง เช่น ผู้ชนะโครงการเดิม ราคาที่ชนะ และบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ทีมขายสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อกำหนดกลยุทธ์การเสนอราคา การเลือกโครงการที่มีโอกาสชนะสูง และการวางแผนการติดตามล่วงหน้าก่อนประกาศออกอย่างเป็นทางการ

e-GP Monitor ช่วยธุรกิจสุขภาพอย่างไร

e-GP Monitor ช่วยธุรกิจที่ขายให้โรงพยาบาลได้โดยอัตโนมัติ ระบบจะอ่านประกาศใหม่ทุกวัน คัดกรองเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบริษัท แล้วส่งรายงานทางอีเมลทุกเช้า ทีมขายไม่ต้องนั่งค้นเองทุกวัน ลดเวลาในการคัดกรองประกาศที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่พลาดโครงการที่ใช้คำเรียกต่างจากที่บริษัทคุ้นเคย นอกจากนี้ยังช่วยแยกงานซื้ออุปกรณ์กับงานจ้างติดตั้ง แยกงานซื้อยากับงานซื้อวัสดุการแพทย์ และแยกงานซ่อมแซมกับงานก่อสร้างใหม่ ทำให้ทีมขายประเมินได้ว่าโครงการใดเหมาะกับความสามารถของบริษัท

ตัวอย่างประกาศ e-GP ที่ควรนำมาประเมิน

ตัวอย่างที่ควรให้ทีมขายเปิดดูต่อคือประกาศที่ชื่อโครงการบอกความต้องการชัด เช่น ซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ จ้างปรับปรุงระบบ จ้างเหมาบริการประจำปี หรือจัดซื้อวัสดุสำหรับหน่วยงานเฉพาะทาง แต่ในทางปฏิบัติชื่อประกาศอาจไม่ได้ใช้คำที่ฝ่ายขายคุ้นเคยเสมอไป บางหน่วยงานใช้คำกว้างตามหมวดงบประมาณ บางหน่วยงานใช้คำตามภารกิจของแผนก และบางประกาศใช้ชื่อโครงการที่สั้นมากจนต้องดูบริบทจากหน่วยงาน งบประมาณ และสถานะประกอบ

วิธีอ่านที่ดีคืออย่าตัดสินจากชื่อเพียงบรรทัดเดียว ให้ดูว่าหน่วยงานนั้นมีลักษณะงานเกี่ยวข้องกับสินค้าเราหรือไม่ งบประมาณพอสำหรับการส่งมอบจริงหรือไม่ และสถานะของประกาศอยู่ในช่วงใด ถ้าเป็นช่วงกำหนด TOR ทีมขายควรเก็บข้อมูลและเตรียมสเป็ก ถ้าเป็นช่วงเปิดประกวดราคาแล้วควรรีบตรวจเอกสาร เงื่อนไข คุณสมบัติ และวันยื่นข้อเสนอทันที

ขั้นตอนใช้งานจริงสำหรับทีมขาย

1. เขียนขอบเขตธุรกิจให้ AI เข้าใจ

เริ่มจากระบุสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า งานที่เคยทำ พื้นที่ที่รับงานได้ วงเงินขั้นต่ำ และตัวอย่างงานที่ไม่ต้องการให้ชัดเจน ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะการค้น e-GP ด้วย keyword อย่างเดียวมักให้ผลลัพธ์กว้างเกินไป หรือพลาดงานที่ใช้คำต่างจากที่บริษัทเรียกสินค้าเอง

2. ตรวจรายงานทุกเช้าแบบสั้นแต่สม่ำเสมอ

เมื่อระบบส่งรายงาน ควรให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบเปิดดูทุกเช้า ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อเลือกโครงการที่ควรติดตามต่อ แล้วส่งต่อให้ฝ่ายขายหรือผู้จัดการที่เกี่ยวข้อง การทำแบบนี้ต่อเนื่องดีกว่าการเปิดเว็บ e-GP เองเป็นครั้งคราว เพราะงานภาครัฐมี deadline และหลายโครงการต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้า

3. แบ่ง action ตามสถานะโครงการ

ถ้าเป็น TOR หรือช่วงกำหนดสเป็ก action ที่เหมาะคือศึกษา requirement และเตรียมข้อมูลสินค้า ถ้าเป็นเปิดประกวดราคา action ที่เหมาะคือดูเอกสาร เงื่อนไข ราคา และความพร้อมในการยื่น ถ้าเป็นข้อมูลคู่แข่งหรือผู้ชนะ ควรเก็บเป็น intelligence สำหรับวางแผนรอบถัดไป ไม่ใช่ทุกประกาศต้องขายทันที แต่ทุกประกาศที่เกี่ยวข้องควรถูกใช้เป็นข้อมูลตลาด

Checklist ก่อนตัดสินใจติดตามโครงการ

  • ชื่อโครงการเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรืออุตสาหกรรมของเราจริงหรือไม่
  • หน่วยงานอยู่ในพื้นที่ที่บริษัทส่งมอบหรือติดตั้งได้หรือไม่
  • งบประมาณเหมาะกับต้นทุนและกำไรขั้นต่ำของบริษัทหรือไม่
  • สถานะเป็น TOR, เปิดประกวดราคา, เฉพาะเจาะจง หรือข้อมูลย้อนหลัง
  • เอกสารและคุณสมบัติที่ต้องใช้มีความพร้อมแค่ไหน
  • มีคู่แข่งรายเดิมที่มักเข้าร่วมงานประเภทนี้หรือไม่

ตัวอย่างประกาศจำลองที่พบได้ใน e-GP

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นรูปแบบประกาศที่ธุรกิจมักพบในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ข้อมูลเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การรับรองว่าโครงการนั้นยังเปิดอยู่จริง ทีมขายควรใช้แนวทางนี้ไปอ่านประกาศจริงและตรวจสอบกับระบบ e-GP ทางการอีกครั้งทุกครั้ง

ตัวอย่างชื่อโครงการงบประมาณสิ่งที่ทีมขายควรดู
ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารสำนักงาน1,250,000 บาทดูว่ามีงานกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่าย หรืออุปกรณ์ควบคุมการเข้าออกที่ตรงกับสินค้าในบริษัทหรือไม่
จัดซื้ออุปกรณ์สำหรับห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วย2,800,000 บาทตรวจรายการสินค้าใน TOR เพราะชื่อประกาศอาจไม่ระบุรุ่นเครื่องมือแพทย์โดยตรง แต่มีรายการที่เกี่ยวข้องอยู่ในเอกสาร
จ้างเหมาบริการรถพร้อมพนักงานขับรถสำหรับหน่วยงานราชการ980,000 บาทดูระยะเวลาสัญญา จำนวนรถ เงื่อนไขพนักงานขับรถ และพื้นที่ให้บริการ เพื่อประเมินต้นทุนจริงก่อนเสนอราคา
ปรับปรุงระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สารสนเทศประจำสำนักงาน740,000 บาทแม้ไม่เขียนคำว่า IT supplier โดยตรง แต่บริบทอาจเกี่ยวกับ network, server, switch, firewall หรือบริการติดตั้ง

ตารางเปรียบเทียบการค้นหาเองกับการใช้ระบบมอนิเตอร์

วิธีทำงานข้อดีความเสี่ยง
เปิดเว็บ e-GP เองทุกวันควบคุมการค้นหาเองทั้งหมด เห็นหน้าต้นทางโดยตรงใช้เวลามาก ขึ้นกับวินัยของคนค้น และมักพลาดคำที่ไม่ได้อยู่ใน keyword
ตั้ง keyword แบบตายตัวทำได้ง่าย เหมาะกับสินค้าที่ชื่อชัดเจนเจองานไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพลาดงานที่ใช้คำราชการหรือคำกว้าง
ใช้ AI ช่วยอ่านบริบทลดงานคัดกรอง ช่วยจับประกาศที่ไม่ได้ใช้คำตรงตัว และส่งรายงานให้ทีมขายอ่านเร็วขึ้นยังต้องให้มนุษย์ตรวจ TOR เงื่อนไขราคา และเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวังก่อนนำข้อมูลไปขายจริง

ข้อมูลจากรายงานควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการติดตาม ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ทีมขายต้องตรวจหน้า e-GP ทางการ ตรวจเอกสารประกาศ ตรวจวันเวลายื่นข้อเสนอ และตรวจคุณสมบัติผู้เสนอราคาเสมอ โดยเฉพาะงานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องมีผลงานย้อนหลัง ต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ต้องมีมาตรฐานสินค้า หรือมีเงื่อนไขการรับประกันที่กระทบต้นทุน

อีกเรื่องที่ควรระวังคือการตีความชื่อโครงการเร็วเกินไป บางโครงการดูเหมือนตรงกับธุรกิจ แต่เมื่อเปิด TOR แล้วอาจมีรายการสินค้าที่บริษัทไม่มี หรือมีขอบเขตบริการที่เกินความสามารถ เช่น ต้องติดตั้งหลายจังหวัด ต้องมีทีม onsite ตลอดสัญญา หรือต้องส่งมอบภายในเวลาสั้นมาก รายงานจึงควรช่วยจัดลำดับ แต่การตัดสินใจต้องอยู่บนเอกสารจริง

ขั้นตอนติดตามแบบ 30 นาทีต่อวัน

นาทีที่ 1-5: อ่านสรุปรายงาน

เปิดรายงานเฉพาะโครงการที่ระบบคัดมาแล้ว ดูชื่อโครงการ หน่วยงาน งบประมาณ และสถานะ ถ้าไม่เกี่ยวข้องให้ข้ามทันที ถ้าเกี่ยวข้องให้บันทึกไว้ในรายการติดตาม

นาทีที่ 6-15: เปิดประกาศทางการ

นำรหัสโครงการไปค้นในระบบ e-GP ทางการ ตรวจชื่อประกาศ รายละเอียดเบื้องต้น และเอกสารแนบ ถ้าเป็นงานที่มีโอกาสจริงให้ดาวน์โหลดหรือส่งต่อให้คนรับผิดชอบตรวจเอกสาร

นาทีที่ 16-25: ประเมินโอกาสและความพร้อม

ให้คะแนนง่ายๆ เช่น ตรงธุรกิจหรือไม่ งบคุ้มหรือไม่ เอกสารพร้อมหรือไม่ พื้นที่ส่งมอบได้หรือไม่ และมีคู่แข่งที่น่ากังวลหรือไม่ โครงการที่ได้คะแนนสูงควรถูกติดตามก่อน

นาทีที่ 26-30: กำหนด action ถัดไป

กำหนดเจ้าของงาน วันติดตาม และขั้นตอนถัดไป เช่น โทรสอบถามหน่วยงาน เปิด TOR ให้ฝ่ายเทคนิคดู ขอราคาจาก supplier หรือเตรียมเอกสารเสนอราคา วิธีนี้ทำให้ข้อมูล e-GP กลายเป็น pipeline จริง ไม่ใช่แค่รายการประกาศที่อ่านแล้วผ่านไป

ตัวชี้วัดที่ควรเก็บทุกเดือน

  • จำนวนประกาศที่ระบบคัดว่าเกี่ยวข้อง
  • จำนวนประกาศที่ฝ่ายขายเปิดดูเอกสารต่อ
  • จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงานหรือ supplier ต่อ
  • จำนวนโครงการที่ยื่นเสนอราคาได้จริง
  • มูลค่า pipeline จากงานภาครัฐในแต่ละเดือน
  • คำค้นหรือหมวดงานที่สร้างโอกาสมากที่สุด

วิธีวัดผลว่า SEO และระบบมอนิเตอร์ช่วยธุรกิจจริงหรือไม่

หลังเริ่มใช้งาน ควรวัดผลเป็นรายเดือน เช่น จำนวนประกาศที่ระบบคัดมา จำนวนโครงการที่ฝ่ายขายเปิดดูต่อ จำนวนโครงการที่ติดต่อหน่วยงาน จำนวนงานที่ยื่นเสนอราคา และจำนวนงานที่กลายเป็น pipeline จริง สำหรับ SEO ควรดูใน Google Search Console ว่าหน้าเกี่ยวกับ Healthcare Procurement เริ่มมี impression จากคำค้นไทยใดบ้าง แล้วนำคำค้นเหล่านั้นกลับมาเพิ่มบทความหรือปรับหัวข้อในเว็บไซต์ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

จัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล ใช้วิธีใดบ้าง

ทั้งประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ วิธีเฉพาะเจาะจง วิธีสอบราคา และการซื้อผ่าน e-Catalog ขึ้นอยู่กับวงเงินและประเภทสินค้า งานที่มีวงเงินสูง เช่น ซื้อเครื่องมือแพทย์ราคาแพง มักใช้ e-bidding ส่วนงานเล็กอาจใช้วิธีเฉพาะเจาะจงหรือสอบราคา

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถขายให้โรงพยาบาลได้ไหม

ได้ โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีวงเงินจัดซื้อที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ควรเริ่มจากโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้ตัวและงบขั้นต่ำก่อน แล้วค่อยขยายขนาดงาน

ต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายไหม

ส่วนใหญ่ต้องมี โดยเฉพาะโครงการที่กำหนดยี่ห้อสินค้าเฉพาะ เช่น เครื่องมือแพทย์บางยี่ห้อ แต่บางประกาศเปิดให้เสนอสินค้าทางเลือกได้ ต้องอ่าน TOR ของแต่ละโครงการให้ครบทุกครั้ง

ช่วงใดที่โรงพยาบาลออกประกาศจัดซื้อมากที่สุด

ช่วงต้นปีงบประมาณ (ตุลาคม-ธันวาคม) เพราะโรงพยาบาลเริ่มจัดซื้อยาและวัสดุการแพทย์ประจำปี และช่วงปลายปีงบประมาณ (มกราคม-กันยายน) เพราะต้องใช้งบให้ทันสิ้นปี

จะรู้ได้อย่างไรว่าโรงพยาบาลใดกำลังจัดซื้อสินค้าที่เราขาย

ติดตามประกาศในระบบ e-GP ทุกวัน หรือใช้ระบบมอนิเตอร์ที่คัดกรองเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ แล้วส่งรายงานทางอีเมลทุกเช้าให้ทีมขายตรวจต่อได้ทันที

ควรใช้บทความนี้แทนการตรวจเอกสาร TOR ได้ไหม

ไม่ได้ บทความและระบบมอนิเตอร์ช่วยคัดกรองเบื้องต้น แต่ทีมขายยังต้องเปิดเอกสารทางการ ตรวจเงื่อนไข คุณสมบัติ ราคา และกำหนดเวลาของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

อยากให้ AI เฝ้า e-GP ให้ธุรกิจคุณทุกวันไหม?

ดูรายละเอียดบริการ e-GP Monitor หรือเปิดหน้าเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอตัวอย่างรายงานและให้ทีมงานช่วยตั้งค่า profile คัดกรองโครงการ

ใช้ e-GP Monitor หางานจัดซื้อจัดจ้าง โรงพยาบาล สมัครรับข้อมูล